หลังจากที่กินข้าวกับทศวันนั้น ทศก็เริ่มโทรมาหาบ่อยขึ้น เรียกว่าเปิดฉากรุกเต็มที่เลยค่ะ
สองอาทิตย์ก่อนทศฝากอ้ายซื้อหนังสือเล่มหนึ่ง อ้ายก็ไปซื้อมาให้แล้วคิดว่าเดี๋ยวอาทิตย์หน้าค่อยให้เขาตอนกลับเข้ากรุง แต่ทศบอกว่าวันจันทร์เขาหยุดชดเชย จะมาเอาวันจันทร์ก็ได้ อ้ายบอกไม่ได้เพราะอ้ายยังต้องทำงาน ทศก็เลยบอกว่า งั้นเดี๋ยวจะไปรอที่หน้าออฟฟิศตอนเย็นละกัน
ใจจริงน่ะอ้ายไม่อยากให้เขามาเจออ้ายในสภาพสาวออฟฟิศเลยเพราะที่บริษัทต้องใส่เครื่องแบบ แล้วเครื่องแบบก็เชยเช๊ยเชย สามารถทำให้สาวๆใส่แล้วกลายเป็นป้าแก่ได้เลยทีเดียว แต่ทศก็บอกว่าไม่เป็นไรๆ อ้ายก็เลยต้องยอมตกลงตามนั้น
เย็นวันจันทร์ เจอทศมารออยู่หน้าบริษัทตามที่นัด ทีแรกอ้ายคิดว่าแค่เอาหนังสือให้แล้วก็จบ แต่ทศกลับชวนหาข้าวกินกันต่อ (นึกอยู่เหมือนกันแหละว่าต้องชวนแหงๆ) อ้ายยังไม่ทันตอบตกลง แม่ก็โทรศัพท์มาบอกว่าขอให้รีบกลับบ้านหน่อยเพราะไม่มีคนอยู่บ้าน อ้ายก็เลยต้องบอกทศว่าไปกินด้วยไม่ได้แล้ว ทศเลยบอกว่างั้นส่งอ้ายขึ้นรถไฟฟ้าละกัน พอดีทศเขาจอดรถไว้อีกที่หนึ่งซึ่งต้องนั่งรถไฟฟ้าไปด้วย เขาก็เลยขึ้นมาพร้อมกับอ้าย
ตลอดทางที่อยู่ในรถไฟฟ้า อ้ายเครียดมากเลยค่ะ ถ้าตัวเองจะเล่นไม้แข็งก็ต้องให้ทศลงรถไฟไปก่อนแล้วอ้ายก็เลยกลับบ้านเอง หรือถ้าจะเล่นไม้อ่อย (อ่อยค่ะ อ่อย) ก็ต้องลงสถานีเดียวกับทศแล้วให้ทศขับรถไปส่งที่บ้าน ไม่รู้จะทำไงดีจนกระทั่งมาถึงสถานีที่ต้องลงแล้ว อ้ายก็ก้าวขาออกจากรถไฟฟ้าไปพร้อมกับทศจนได้
มานึกเสียใจภายหลังว่าอ้ายน่าจะใจแข็งนั่งรถไฟฟ้ากลับบ้านเลยมากกว่า ดูมีชั้นเชิงดีกว่าเยอะ
แต่นั่งมาในรถก็ไม่ใช่ไม่ดีนะคะ ได้คุยโน่นคุยนี่ ได้รู้จักทศมากขึ้น ปกติทศเป็นคนไม่ชอบเล่าเรื่องของตัวเอง อ้ายก็เลยต้องคอยถามคุ้ยออกมา (ตรงข้ามกับพี่เอ็มอีกแล้ว ขานั้นมีอะไรก็จะเล่าออกมาหมดจนบางทีอ้ายต้องคอยบอกให้พอก่อน ไม่ได้อยากจะรู้เยอะขนาดนั้น ^ ^; )
อาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์ ทศโทรศัพท์มาคุยแทบทุกวัน วันละนิดวันละหน่อย ในขณะที่อ้ายแทบไม่ได้คุยกับพี่เอ็มเลย เขาบอกว่ากำลังงานยุ่งเลยคุยบ่อยๆนานๆไม่ได้ แต่ส่วนหนึ่งก็ต้องยอมรับล่ะว่าอ้ายเองก็มีส่วนผิดที่ไม่ค่อยอยากคุยกับเขาเท่าไหร่ รีบๆพูดรีบๆวางสายไปเหมือนกัน
อ้ายก็รู้สึกไม่ดีที่ทำแบบนี้นะคะ ใจจริงก็อยากจะตัดสินใจให้มันแน่นอนไปเลยว่าจะเอาคนไหนแน่ แต่ถ้าถามใจตัวเองตอนนี้รับรองว่าตอบไม่ได้ชัวร์ ก็ไปปรึกษากับพี่คนหนึ่ง เขาก็เลยแนะนำมาว่าจะลองดูหมอมั้ย อ้ายสนใจก็เลยให้พี่คนนั้นติดต่อหมอดูให้แล้วบอกวันเดือนปีเกิดของทั้ง 3 คนไป (รู้อยู่หรอกว่าการเอาดวงคนอื่นไปดูโดยไม่ได้บอกเจ้าตัวก่อนมันเสียมารยาท แต่อ้ายอยากรู้นี่นา) พี่เขาก็โทรศัพท์ไปหาแม่หมอเสร็จแล้วก็ให้อ้ายคุยกันเอง
คุยกันนานทีเดียวค่ะ ถามหลายเรื่อง แต่สรุปได้ความว่าแม่หมอเขาแนะนำพี่เอ็มแฮะ
บอกตามตรงว่าค่อนข้างจะผิดหวัง (หัวเราะ) เพราะว่าอ้ายเริ่มโอนเอนไปทางทศแล้ว พอถูกทักเข้าแบบนี้มันก็เลยกลายเป็นสับสนเข้าไปใหญ่ ไปๆมาๆก็วนกลับมาที่เดิมคือ สุดท้ายอ้ายก็ต้องเป็นคนตัดสินใจเลือกเอง
เมื่อคืน ตอนทุ่มกว่าๆ ทศโทรศัพท์มาอีก คราวนี้เราคุยกันนานกว่าเดิมมาก อ้ายยังแปลกใจว่าคุยกับเขานานขนาดนี้ได้ยังไง ทั้งที่เมื่อก่อน คุยกันทาง MSN ก็ไม่ได้นานขนาดนี้
พี่เอ็ม โทรมาตอน 4 ทุ่มครึ่ง เขาบอกว่าทำงานเสร็จแล้ว มีเวลาว่างแล้ว
เป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ที่เราได้คุยกันยาวๆจนทำให้อ้ายนึงถึงตอนเขาจีบเราใหม่ๆ คุยกันเรื่อยๆ สบายๆ วันนี้ก็แปลกอีกล่ะที่อยากจะฟังเขาโม้ไปเรื่อยๆเพราะทุกทีอ้ายจะเป็นคนรีบตัดบทวางสายไปเอง ไม่รู้เพราะอิทธิพลจากคำพูดของแม่หมอรึเปล่าทำให้อ้ายกลับมามองเห็นข้อดีของพี่เอ็มอีกครั้ง
ดูเหมือนแม่จะเริ่มระแคะระคายแล้วว่าลูกสาวมีหนุ่มมาจีบ แต่แม่ไม่รู้แหงๆว่าหนุ่มที่มาจีบน่ะมีถึง 2 คน อยากจะปรึกษาแม่เรื่องนี้เหมือนกัน แต่อ้ายก็ยังไม่กล้าเล่าให้ฟัง
อ้ายตัดสินใจได้อย่างหนึ่งว่า จะรักษาระยะห่างระหว่าง 2 คนนี้เอาไว้แบบนี้ไปก่อน แล้วเมื่อทำใจได้แล้วค่อยให้แม่ช่วยพิจารณา