2007/Oct/07

หลายอาทิตย์ที่ผ่านมา จากเหตุการณ์อะไรหลายๆอย่าง ทำให้อ้ายตัดสินใจได้แล้วค่ะ

อ้ายโทรไปปรึกษาเพื่อนคนหนึ่ง เล่าให้เขาฟังหมด แล้วก็ขอความช่วยเหลือ เขาก็ให้คำแนะนำมาดีเรียบร้อย แล้วอ้ายก็แค่รอเวลา

จนกระทั่งถึงวันดีเดย์ ที่พี่เอ็มโทรมาหาอ้าย อ้ายก็คุยกับเขานิดหน่อยพอเป็นพิธี จนได้จังหวะ อ้ายก็บอกเขาว่า

-

เราเลิกกันเถอะ

-

ทางนั้นก็อึ้งไปตามคาด พี่เอ็มก็ถามว่าเขาทำผิดอะไร แก้ตัวได้ไหม ขอโอกาสปรับปรุงได้ไหม สารพัด แต่ว่า ก็คนมันไม่มีใจแล้วอ่ะค่ะ จะพูดอะไรก็ไม่เข้าหูหรอก ประกอบกับคำแนะนำของเพื่อนที่รักด้วยว่าต้องให้เข็มแข็ง หนักแน่นเข้าไว้ อ้ายก็เลยปฏิเสธลูกเดียว ไม่! ไม่! ไม่! ต่อให้เสียงปลายสายจะดูเหมือนร้องไห้แล้วก็เถอะ

สุดท้าย ทางโน้นก็ยอมเข้าใจ วางหูโทรศัพท์

แล้วก็จบลง

-

-

2007/Sep/25

ตอนที่อยู่มหาลัย มีเพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งที่เนื้อหอมมากๆ หลายครั้งที่เดินไปด้วยกันแล้วมักจะมีชายหนุ่มเข้ามาเจ๊าะแจ๊ะ ขอเบอร์มั่ง ให้ดอกไม้มั่ง สารพัด แต่เพื่อนอ้ายคนนี้เธอไม่เล่นด้วย ใครเข้ามาเธอก็จะเดินหนีหมด ปล่อยให้อ้ายกับคนอื่นๆต้องขอโทษหนุ่มๆเหล่านั้นแทน

บทแบบนี้ในหนังก็จะเรียกกันว่าบทเพื่อนนางเอก คอยเสริมให้นางเอกดูเด่นขึ้นมา ซึ่งอ้ายก็ได้แต่มองเพื่อนคนนั้นอย่างอิจฉานิดๆแล้วก้มหน้าก้มตาเป็นตัวประกอบอดทนต่อไป

ใครจะไปรู้ล่ะว่าบทนางเอกนี่มันไม่ง่ายเลย


วันนั้นทศ"แวะ"มารับอ้ายกลับบ้าน และเพราะว่าเป็นเย็นวันศุกร์ รถจึงติดแหงกตามธรรมเนียม ทศเลยเลี้ยวรถเข้าห้างหาข้าวเย็นกินกัน (แผนของทศชัวร์) กว่าจะกินเสร็จ กว่าจะกลับไปติดแหงกในรถอีกที มันก็ปาไป 3 ทุ่มกว่าแล้ว ซึ่งเป็นเวลาปกติที่พี่เอ็มจะโทรศัพท์มา แล้วพี่เอ็มก็โทรศัพท์มาจริงๆด้วย

กำลังบ่นกับทศไปเพลินๆเรื่องรถติด เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นตอนเห็นชื่อพี่เอ็มขึ้นบนจอมือถือนี่คิดอะไรไม่ออก ไม่นึกเลยว่าต้องอยู่ในสถานการณ์เหมือนในหนังอย่างนี้ แต่อ้ายก็กดปุ่มรับโทรศัพท์ เสียงในรถมันคงก้องๆน่ะค่ะพี่เอ็มเลยถามคำแรกเลยว่า "อยู่ไหน ยังไม่กลับบ้านเหรอ"

โฮ่ย คำโกหกร้อยแปดผุดมาเพียบเลยค่ะ แต่ไม่เข้าท่าซักกะอย่าง ถ้าบอกว่าออกไปกินข้าวกับที่บ้าน เดี๋ยวทศก็สงสัยอีก หรือถ้าบอกว่าไปธุระกับเพื่อน เดี๋ยวก็จะโดนถามอีกล่ะว่าเพื่อนที่ไหนยังไง สุดท้ายใช้ไม้ตายค่ะ ไม่เอ่ยนามบุรุษที่สาม บอกแค่ว่ามากินข้าว อยู่ระหว่างทางกลับ อ้ายทำเสียงร้อนๆจนพี่เอ็มนึกว่ากำลังอยู่กับที่บ้าน เขาก็เลยวางหูไป ส่วนทศเห็นอ้ายร้อนๆก็นึกว่าที่บ้านโทรมาตามเลยไม่ได้ถามอะไร เยี่ยมมากเลยค่ะวิธีนี้...


และแล้ว อ้ายก็รวบรวมความกล้าเล่าให้แม่ฟังจนได้ว่าลูกสาวแม่มีหนุ่มมาจีบพร้อมกัน 2 คน แม่ฟังแล้วแค่พยักหน้าหงึกๆเหมือนเป็นเรื่องแสนธรรมดาทั่วไป ปฏิกิริยาสุดยอดเลยค่ะ...

พอถามว่าอ้ายควรทำยังไงดี แม่กลับตอบว่าก็คบไปสิ 2 คน ไม่เห็นต้องทำอะไรเลย

คำตอบสุดยอดอีกแล้วค่ะ...

แต่พอได้บอกแม่ไปก็สบายใจเลยนะ อ้ายเล่าให้แม่ฟังทุกอย่าง... ทุกอย่างจริงๆไม่มีปิดบัง เพราะไหนๆจะให้แม่เป็นผู้ช่วยแล้วของมันก็ต้องยอมแลกกัน แม่เขาก็ให้คำแนะนำตรงใจหลายๆอย่าง อย่างที่บอกให้คบไป 2 คนก็เพราะเรามีโอกาสเลือก เพิ่งจะรู้จักกันไม่นานจะตัดสินเอาใครสักคนไปเลยก็ไม่ได้ ให้ดูไปยาวๆ (นัยว่าแทงกั๊กหลายขา เกิดเพลี่ยงพล้ำมาก็ยังมีตัวช่วยอยู่ ไรงี้)...... ถึงได้บอกไงว่าแม่นี่สุดยอด......

ถึงอย่างนั้นก็เหอะ ฟังจากน้ำเสียงแล้วแม่จะลำเอียงเข้าหาทศอยู่หลายขุม ประการแรกเลยคือ ทศเคยมาที่บ้านหลายครั้งแล้วแม่ก็รู้จักหน้าค่าตา ในขณะที่พี่เอ็มไม่เคยขอมาบ้านอ้ายสักครั้งเดียว จะจีบลูกสาวเขาต้องเข้าตามตรอกออกตามประตู... แม่ว่าอย่างนั้น

2007/Aug/21

หลังจากที่กินข้าวกับทศวันนั้น ทศก็เริ่มโทรมาหาบ่อยขึ้น เรียกว่าเปิดฉากรุกเต็มที่เลยค่ะ

สองอาทิตย์ก่อนทศฝากอ้ายซื้อหนังสือเล่มหนึ่ง อ้ายก็ไปซื้อมาให้แล้วคิดว่าเดี๋ยวอาทิตย์หน้าค่อยให้เขาตอนกลับเข้ากรุง แต่ทศบอกว่าวันจันทร์เขาหยุดชดเชย จะมาเอาวันจันทร์ก็ได้ อ้ายบอกไม่ได้เพราะอ้ายยังต้องทำงาน ทศก็เลยบอกว่า งั้นเดี๋ยวจะไปรอที่หน้าออฟฟิศตอนเย็นละกัน

ใจจริงน่ะอ้ายไม่อยากให้เขามาเจออ้ายในสภาพสาวออฟฟิศเลยเพราะที่บริษัทต้องใส่เครื่องแบบ แล้วเครื่องแบบก็เชยเช๊ยเชย สามารถทำให้สาวๆใส่แล้วกลายเป็นป้าแก่ได้เลยทีเดียว แต่ทศก็บอกว่าไม่เป็นไรๆ อ้ายก็เลยต้องยอมตกลงตามนั้น

เย็นวันจันทร์ เจอทศมารออยู่หน้าบริษัทตามที่นัด ทีแรกอ้ายคิดว่าแค่เอาหนังสือให้แล้วก็จบ แต่ทศกลับชวนหาข้าวกินกันต่อ (นึกอยู่เหมือนกันแหละว่าต้องชวนแหงๆ) อ้ายยังไม่ทันตอบตกลง แม่ก็โทรศัพท์มาบอกว่าขอให้รีบกลับบ้านหน่อยเพราะไม่มีคนอยู่บ้าน อ้ายก็เลยต้องบอกทศว่าไปกินด้วยไม่ได้แล้ว ทศเลยบอกว่างั้นส่งอ้ายขึ้นรถไฟฟ้าละกัน พอดีทศเขาจอดรถไว้อีกที่หนึ่งซึ่งต้องนั่งรถไฟฟ้าไปด้วย เขาก็เลยขึ้นมาพร้อมกับอ้าย

ตลอดทางที่อยู่ในรถไฟฟ้า อ้ายเครียดมากเลยค่ะ ถ้าตัวเองจะเล่นไม้แข็งก็ต้องให้ทศลงรถไฟไปก่อนแล้วอ้ายก็เลยกลับบ้านเอง หรือถ้าจะเล่นไม้อ่อย (อ่อยค่ะ อ่อย) ก็ต้องลงสถานีเดียวกับทศแล้วให้ทศขับรถไปส่งที่บ้าน ไม่รู้จะทำไงดีจนกระทั่งมาถึงสถานีที่ต้องลงแล้ว อ้ายก็ก้าวขาออกจากรถไฟฟ้าไปพร้อมกับทศจนได้

มานึกเสียใจภายหลังว่าอ้ายน่าจะใจแข็งนั่งรถไฟฟ้ากลับบ้านเลยมากกว่า ดูมีชั้นเชิงดีกว่าเยอะ

แต่นั่งมาในรถก็ไม่ใช่ไม่ดีนะคะ ได้คุยโน่นคุยนี่ ได้รู้จักทศมากขึ้น ปกติทศเป็นคนไม่ชอบเล่าเรื่องของตัวเอง อ้ายก็เลยต้องคอยถามคุ้ยออกมา (ตรงข้ามกับพี่เอ็มอีกแล้ว ขานั้นมีอะไรก็จะเล่าออกมาหมดจนบางทีอ้ายต้องคอยบอกให้พอก่อน ไม่ได้อยากจะรู้เยอะขนาดนั้น ^ ^; )

อาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์ ทศโทรศัพท์มาคุยแทบทุกวัน วันละนิดวันละหน่อย ในขณะที่อ้ายแทบไม่ได้คุยกับพี่เอ็มเลย เขาบอกว่ากำลังงานยุ่งเลยคุยบ่อยๆนานๆไม่ได้ แต่ส่วนหนึ่งก็ต้องยอมรับล่ะว่าอ้ายเองก็มีส่วนผิดที่ไม่ค่อยอยากคุยกับเขาเท่าไหร่ รีบๆพูดรีบๆวางสายไปเหมือนกัน

อ้ายก็รู้สึกไม่ดีที่ทำแบบนี้นะคะ ใจจริงก็อยากจะตัดสินใจให้มันแน่นอนไปเลยว่าจะเอาคนไหนแน่ แต่ถ้าถามใจตัวเองตอนนี้รับรองว่าตอบไม่ได้ชัวร์ ก็ไปปรึกษากับพี่คนหนึ่ง เขาก็เลยแนะนำมาว่าจะลองดูหมอมั้ย อ้ายสนใจก็เลยให้พี่คนนั้นติดต่อหมอดูให้แล้วบอกวันเดือนปีเกิดของทั้ง 3 คนไป (รู้อยู่หรอกว่าการเอาดวงคนอื่นไปดูโดยไม่ได้บอกเจ้าตัวก่อนมันเสียมารยาท แต่อ้ายอยากรู้นี่นา) พี่เขาก็โทรศัพท์ไปหาแม่หมอเสร็จแล้วก็ให้อ้ายคุยกันเอง

คุยกันนานทีเดียวค่ะ ถามหลายเรื่อง แต่สรุปได้ความว่าแม่หมอเขาแนะนำพี่เอ็มแฮะ

บอกตามตรงว่าค่อนข้างจะผิดหวัง (หัวเราะ) เพราะว่าอ้ายเริ่มโอนเอนไปทางทศแล้ว พอถูกทักเข้าแบบนี้มันก็เลยกลายเป็นสับสนเข้าไปใหญ่ ไปๆมาๆก็วนกลับมาที่เดิมคือ สุดท้ายอ้ายก็ต้องเป็นคนตัดสินใจเลือกเอง

เมื่อคืน ตอนทุ่มกว่าๆ ทศโทรศัพท์มาอีก คราวนี้เราคุยกันนานกว่าเดิมมาก อ้ายยังแปลกใจว่าคุยกับเขานานขนาดนี้ได้ยังไง ทั้งที่เมื่อก่อน คุยกันทาง MSN ก็ไม่ได้นานขนาดนี้

พี่เอ็ม โทรมาตอน 4 ทุ่มครึ่ง เขาบอกว่าทำงานเสร็จแล้ว มีเวลาว่างแล้ว

เป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ที่เราได้คุยกันยาวๆจนทำให้อ้ายนึงถึงตอนเขาจีบเราใหม่ๆ คุยกันเรื่อยๆ สบายๆ วันนี้ก็แปลกอีกล่ะที่อยากจะฟังเขาโม้ไปเรื่อยๆเพราะทุกทีอ้ายจะเป็นคนรีบตัดบทวางสายไปเอง ไม่รู้เพราะอิทธิพลจากคำพูดของแม่หมอรึเปล่าทำให้อ้ายกลับมามองเห็นข้อดีของพี่เอ็มอีกครั้ง


ดูเหมือนแม่จะเริ่มระแคะระคายแล้วว่าลูกสาวมีหนุ่มมาจีบ แต่แม่ไม่รู้แหงๆว่าหนุ่มที่มาจีบน่ะมีถึง 2 คน อยากจะปรึกษาแม่เรื่องนี้เหมือนกัน แต่อ้ายก็ยังไม่กล้าเล่าให้ฟัง

อ้ายตัดสินใจได้อย่างหนึ่งว่า จะรักษาระยะห่างระหว่าง 2 คนนี้เอาไว้แบบนี้ไปก่อน แล้วเมื่อทำใจได้แล้วค่อยให้แม่ช่วยพิจารณา